One Day in Hua Hin : วันเดียวเที่ยวหัวหิน เน้นอัพรูปฟินๆ กินเที่ยวสบาย

สำหรับทริปนี้ของ่ายๆ ไม่วุ่นวายค่ะ เราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวหัวหิน แบบมีเวลานิดเดียวก็เที่ยวพักผ่อนได้ ไม่เปลืองแรง เสาร์-อาทิตย์กลับมา รับรองว่ามีรูปสวยๆ อัพลงไอจีรัวๆ กับทริปเที่ยวหัวหินของเราในครั้งนี้ ซึ่งบอกไว้ก่อนเลยว่ารูปเยอะมากกกกก

ก่อนอื่นทริปนี้เราไปกับเพื่อนชะนีแค่สองนางค่ะ เป็นทริปแบบเออมา มีเรื่องไม่สบายใจ ก็ไปเที่ยวกันหน่อย ออกแนวทริปปลอบประโลมกันไป ถามว่ากลับมาช่วยให้ดีขึ้นไหม ก็คือไม่ 55555++ แต่รูปดีทุกรูป อย่างกับออกมาจาก Pinterest แล้วก็ค่าใช้จ่ายไม่แรงมาก ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าเรากับเพื่อนชะนีนางนี้ คือไม่มีรถ มีแต่รถของที่บ้าน ซึ่งก็ต้องทิ้งให้ที่บ้านใช้ ถูกม่ะ ไอจะไปรถตู้สู่หัวหิน ก็แลดูลำบาก ดูต่อ ของเยอะ พร็อพที่ขนไปก็เยอะ เลยเช่ารถเลยจย้าาาาา ขับกันไป ซึ่งถ้าเพื่อนๆ เป็นแบบเรา ก็แนะนำหาที่เช่ารถ ที่สามารถไปรับรถได้ใกล้ๆ หรือมีบริการมาส่งรถที่บ้าน แถวบ้านไรงี้จะดีมาก เพราะอีตอนแรก เพื่อนออกตัวแรงมากกกกกกก จะไปรับรถที่สนามบิน มรึงบ้ารึเปล่าาาาาาาา ไปจบที่ Hertz ซึ่งรับรถได้แถวช่องนนทรี แถวบ้านเราทั้งสอง ในราคาไม่ถึงสองพันสำหรับ เสาร์-อาทิตย์เต็มวัน แต่ต้องใช้บัตรเครดิตมัดจำไปอีก 10,000 บาท (คืนรถ คืนเงินใน 7-14 วัน) และไม่รวมค่าน้ำมันรถ ซึ่งเบ็ดเสร็จค่าน้ำมันสองวันนิดๆ หมดไปประมาณ 900 บาทจ้าาาา

ออกเดินทางจากกรุงเทพไม่เช้าจ่ะ จะตื่นเช้าทำไม ประมาณเกือบๆ 10 โมงได้ หวังตรงไปกินข้าวที่นู้นเลย โดยไปจบที่ร้าน Debo Cafe Number 2 ร้านก๋วยเตี๋ยวดัง ที่เคยอยู่แถวหลังวังไกลกังวล แต่ตอนนี้เค้าเหลือสาขาเดียวแล้วค่ะ อยู่ในกึ่งๆ หมู่บ้าน ซึ่งบรรยากาศดีเชียว ลงจากรถมาได้มาหนึ่งรูป

Debo Cafe Number 2

พิกัด : 4/44 ซอยหมู่บ้านสมอโพรง ตำบลหัวหิน
Google Map 
Facebookhttps://www.facebook.com/debocafe/

ก็คือช่วงที่เราไป ก็หน้าร้อนอ่ะเนอะ ในซอยก็เลยมีดอกเฟื่องฟ้าเต็มเลย คือถ่ายรูปสวยแน่นอน บวกกับตรงนั้นมีรถเต่ามาเป็นพร็อพอีก หูยยยยย

อ่ะมาพูดถึงในส่วนของร้านอาหารกันบ้างคือ Debo Cafe Number 2 นี้ ก็คือนั่งชิลล์กว่าสาขาแรกตรงมีห้องแอร์นี่แหละ แต่ก็ร้อนอยู่ บรรยากาศก็โฮมมี่ๆ เค้าให้เอาน้องหมามานั่งในร้านได้ ก็คือ ตอนเราไปกินก็มีน้องหมามานั่งชิลล์กับเค้าด้วย ที่นั่งก็มีทั้งอินดอร์ เอ้าท์ดอร์ แต่คือเวลานี้ ตอนนี้อินดอร์ตากแอร์ดีกว่าค่ะ เมนูอาหารก็มีให้เลือกนอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้วก็มีข้าว มีอาหารทานเล่น มียำ มีไอศกรีม

เรื่องอาหารก็เหมือนเดิมอร่อย โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวต้มยำก็คือต้องสั่งเนอะ :ซึ่งเค้าก็มีให้เลือกทั้งท็อปปิ้งต่างๆ เบคอน ชีส หมูสับ ชอบแบบไหนจัดไป กินให้อิ่มค่ะ แล้วเราก็จะตรงไปที่พักกันต่อ ซึ่งห่างจากร้านไม่ถึงครึ่งชั่วโมง โดยที่พักของเราครั้งนี้ ออกแนวสุ่มๆ ขอแปลกๆ แต่ถ่ายรูปสวยไปลงเอยกันที่รีสอร์ทชื่อ Resort De Paskani ซึ่งเป็นรีสอร์ทแถวๆ เขาตะเกียบ ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดจักจั่น หรือ Cicada Market พอควร โดยที่รีสอร์ทเค้าก็มีบริการรถไปส่งที่ตลาด แต่ขากลับ กลับเองนะ เดี๋ยวว่ากัน ไปดูรีสอร์ทกันดีกว่าค่ะ

Resort De Paskani

พิกัด : 33/2 ซอยหมู่บ้านเขาตะเกียบ ตำบลหัวหิน
Google Map 
Facebook :  https://www.facebook.com/paskanihuahin/

แค่เห็นรูปเพื่อนๆ คงคิดว่ารีสอร์ทนี้สวยจังใช่มั้ยคะ คือที่นี่เป็นรีสอร์ทขนาดเล็กค่ะ การบริการก็จะเป็นกันเองหน่อยๆ โฮมมี่ๆ พอเข้าไปเนี่ยก็เหมือนหลุดเข้าไปในซานโตรินีเลย คือถ่ายรูปตรงไหนก็สวยอ่ะ เอางี้ล่ะกัน

บูทีครีสอร์ตแห่งนี้ออกแบบโดยทีมนักออกแบบชื่อดังค่ะ สวยขนาดนี้ เค้าคงเน้นที่การตกแต่งการดีไซน์จริงๆ เราเลยได้รูปสวยๆ มาตรึม ซึ่งนี่ก็ถือเป็นข้อดีของรีสอร์ทแห่งนี้ ถือว่าตอบโจทย์คนชอบถ่ายรูปมากๆ แต่ถ้าคุณคาดหวังการมาพักผ่อนอย่างสงบ อาจไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ค่ะ เพราะที่ตั้งตรงนี้อยู่ในย่านชุมชน เสียงจะดังนิดนึง และด้วยเป็นรีสอร์ทขนาดเล็ก มาได้ทั้งครอบครัว และก็ไม่ใช่ที่พักแบบ Adult Only บวกกับตัวรีสอร์ทกำลังดังในหมูนักท่องเที่ยวชาวจีนพอสมควรด้วยแล้วนั้น ความเงียบสงบเป็นส่วนตัวที่นี่ก็อาจจะไม่ค่อยตอบโจทย์คนที่ต้องการมาพักผ่อนแบบ Relax เท่าไหร่ค่ะ เราว่าใครชอบความเป็นส่วนตัว อาจต้องมองหาที่อื่นน๊า

แต่ในที่พักก็คือพร็อพเยอะ จุกจิก ดีเทลมาก เอาไปถ่ายรูปสวยๆ ได้เลย สำหรับการจองมานอนคืนหนึ่ง แล้วเปลี่ยนไปนอนที่อื่นก็โอเคอยู่ ไว้ครั้งหน้ามารีวิวต่อว่าที่ไหนในหัวหินควรมาพักผ่อนแบบ Relax แล้วกันค่ะ

ก็คือในห้องพักก็จะมีกระปงกระเป๋าให้ไปเดินบีช มีผ้าขนหนู รองเท้าแตะ เสื่อ ครบสำหรับการเดินไปพักผ่อนริมหาด และ Complimentary อย่างสบู่ ยาสระผม และมินิบาร์ที่เพียงพอปกติทั่วไปค่ะ โดยครั้งนี้เราจองห้องแบบ Pool Side ในช่วงเมษายน ซึ่งน่าจะเป็นช่วงไฮซีซั่นอ่ะเนอะ ราคาห้องจึงแพงมากสำหรับเรา ถ้าเทียบกับรีสอร์ทอื่นๆ ค่ะ โดยราคาประมาณ 4,200 บาทต่อคืน โดยเราไม่ได้จองกับโรงแรมโดยตรงค่ะ จองผ่านเอเจนท์เจ้าหนึ่ง

ถ้าถามว่ารีสอร์ทติดทะเลเลยมั้ย ก็เดินออกมาแค่นี้เองค่ะ โดยชายหาดแถวนี้ ถือว่าสะอาดเลยแหละ ชิลล์สุด สวยตามแบบหัวหิน ทีนี้ที่เห็นเสื่อเห็นตะกร้าก็คือ เป็นพร็อพที่อยู่ในห้องพักค่ะ ขนกันออกมาเลยทีเดียว

อาหารเช้าที่นี่ก็เป็นบุฟเฟ่ต์ โฮมมี่ๆ ไทยๆ แบบง่ายๆ ค่ะ มีไส้กรอก แฮม ไข่ดาว น้ำผลไม้ กาแฟ เราว่าตัวเลือกมีให้เลือกน้อยไปหน่อย แล้วก็พื้นที่ตักอาหารค่อนข้างเล็ก แต่ก็ไม่แย่ค่ะ เราว่าที่ควรลองเลยคือ หมูปิ้ง แอบอร่อยอ่ะ ชอบบบบบ แต่เอาจริงไม่ว่าจะทำอะไรที่รีอสร์ทนี้ คือมีรูปสวยๆ อ่ะ

จบกันไปกับการรีวิที่พักหัวหินของเรา เพื่อนๆ คงได้รู้แล้วแหละว่า ที่พักหัวหินของเราครั้งนี้เป็นที่ไหนเนอะ ซึ่งพอมาพักที่นี่แล้ว ตอนเย็นจะไปกินข้าว เดินเล่นที่ไหนได้ถ้าไม่ใช่ Cicada Market หรือตลาดจักจั่นของเรา

Cicada Market

Google Map 
Facebook : https://www.facebook.com/cicadamarket/

ก็คือ ที่นี่ก็เป็นแหล่งรวมของกิน ของฝาก ตลาดนัด และกิจกรรมให้ทำต่างๆ ในยามค่ำคืนของหัวหินอ่ะเนอะ ทีนี้ วิธีการมาจากที่พักหัวหินอย่าง Resort De Paskani เราก็ขอให้เค้าเอารถมาส่งค่ะ ด้วยความที่จอดรถลำบากกกก ก็ใช้บริการของโรงแรมดีกว่าเนอะ แล้วก็ขากลับ หลายๆ คนอาจจะเห็นรถตุ๊กๆ หน้าตลาด ซึ่งนิดเดียวแต่นิดแพงมากกกก 150 – 200 บาทไปส่งที่พัก บ้าไปแล้ว อย่าค่ะซิสสสส ยืนรอสองแถวค่ะ 15 บาท ไปลงหน้าซอยที่พัก ซึ่งไม่ไกลเลย จริงๆๆๆ

อย่างที่เห็นแหละค่ะ ที่นี่เค้าก็มีหลายๆ อย่างให้ดู ให้กิน เดินไปเดินมาก็เป็นชั่วโมงแล้วเหมือนกัน ถึงแม้ของจะแพงไปหน่อย แต่หลายๆ อย่างก็ดูแฮนด์เมดน่าซื้อมาก ส่วนของกินที่จริงเราไม่ได้กินกันที่นี่ค่ะ เดินไปกินฝั่งตรงข้ามชื่อร้าน ป้ารวยปูเป็น เพราะอย่างนั่งกินแบบ proper ไม่ต้องแย่งที่นั่งกับใครนึกออกป่ะ คือตรงตลาดคนเยอะมากๆ เก้าอี้ดนตรี ย้ายมานั่งกินดีๆ ฝั่งตรงข้ามซะเลย ซึ่งอาหารเค้าก็อร่อยจนไม่ได้ถ่ายรูปมาฝากกัน 555++ พอกินเสร็จเราถึงไปเดินเล่น ซึ่งจริงๆ ข้างๆ ตลาด Cicada ก็ยังมีตลาดต้นมะขามอีกแหนะ

แต่ตลาดต้นมะขามก็จะมีความเล็กกว่า มีของกินอยู่รอบๆ และที่นั่งอยู่ตรงกลาง ซึ่งก็เก้าอี้ดนตรีเว่อร์

กลับที่พักพักผ่อนตามที่บอกมาค่ะ ว่าสองแถวกลับดีกว่า คนละ 15 บาท พักผ่อนกันไป ทานอาหารเช้ากันไป ออกจากที่พัก Resort De Paskani ประมาณ 11 โมงค่ะ เราขอให้ไปแวะ The Baguette Hua Hin ค่ะ เพราะคุณเพื่อนแจ้งมาว่าขนมปังกรอบผีเสื้ออ่ะอร่อย ซื้อกลับไปฝาก เป็นของฝากหัวหินแบบใหม่ ห่อละสี่สิบห้าสิบเองค่ะ ถูกมากเว่อร์ นอกจากนี้ ในร้านเค้าก็มีขนมอบต่างๆ เบเกอรี่ กาแฟด้วย แนะนำให้แวะจริงๆ ค่ะ ตามแมปไปได้เลย

Google Map 
Facebookhttps://www.facebook.com/The-Baguette

เราอยากให้อ่านถึงตรงนี้จริงๆ ค่ะ เพราะไม่ได้ถ่ายรูปมา มัวแต่มึนๆ ตื่นเช้า บวกกับความลืมต่างๆ ยังไงลองเข้าไปดูได้ที่ลิงค์เฟสบุ๊คของเค้าได้นะคะ

นอกจากนี้ เราก็แวะ FN Outlet ไปเช็คสต็อกเครื่องสำอางค์ลดราคากันซะหน่อย ซึ่งก็ไม่ได้ถ่ายรูปมาอีกเช่นกัน ยากจริงเป็นบล็อกเกอร์ ลืมมมตลอด 5555++ เออนั่นแหละ เอาเป็นว่า Jo Malone, Bobbi Brown, Origins, MAC, YSL และอื่นๆ ที่ราคาถูก แบบโละๆ รุ่นเก่าหน่อย ก็มาหาได้ที่นี่ แต่เราแนะนำให้ซื้อพวกน้ำหอม ครีมทาตัว อะไรแบบนี้พอไหวอยู่ พวกเครื่องสำอางค์ มันดูผลิตมาหลายปีแล้วอาจไม่เหมาะค่ะ ทั้งนี้ ก็มีในส่วนเสื้อผ้าด้วยนะ ที่เราชอบก็ Calvin Klein ใครชอบชุดชั้นในเค้าก็ไปดูได้ ถูกค่ะ

ช้อปกันอิ่ม ออกจากหัวหินบ่าย ถึงกรุงเทพสี่โมงกว่า เติมน้ำมันไปคืนรถ กลับบ้าน กินหนม นอนสลบ ทริปนี้ถามว่าชิลล์มั้ย ก็คือเป็นทริปเพื่อนชะนี มาหัวหินเก็บรูปสวยๆ ไปค่ะ ไม่ค่อยได้พักผ่อนนอนอิ่มๆ เท่าไหร่ ยังไงใครชอบรีวิวยังไง ก็แชร์แล้วแท็คเพื่อนชะนีไปเที่ยวตามกันได้ค่ะ เดี๋ยวทริปหน้า จะมารีวิวทริปหัวหินแบบ Relax ไปหวีดวี้ดวิ้วววกับผู้ได้ ดีมั้ยคะ จะเป็นหวีดสยองรึเปล่า ยังไงกดไลท์ กดฟอลโลว ติดตามกันด้วยน๊าาาาาที่ AnywhereWeGo เด้ออออออ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

AnywhereWeGo
Follow me